| ประกาศิต... บิ๊กตั้น ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ปีหน้าทุ่มหมดหน้าตักปลุกบางกอกฟีเวอร์ | |
|
แม้จะต้องดิ้นหนีตายในช่วงท้ายฤดูกาลสำหรับเหล่าขุนพล ''กระทิงเหล็ก'' บางกอก เอฟซี แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ผ่านพ้นวิกฤติดังกล่าวพร้อมกับเตรียมตั้งหน้าตั้งหน้าสร้างทีมเพื่อรับศึกในฤดูกาล 2012 ต่อไป หนึ่งขวบปีที่ผ่านมา บางกอก เอฟซี ในฐานะทีมน้องใหม่ของลีกพระรองต่างก็ได้ประสบพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่ต้องต่อสู้ในสนาม 90 นาที อีกทั้งยังรวมถึงแรงกดันต่างๆ นานา และที่ขาดไม่ได้ก็คือเรื่องของการสร้างฐานแฟนคลับที่ค่อนข้างยากลำบากเหนือสิ่งอื่นใด แน่นอนว่าฐานกองเชียร์และแฟนคลับถือเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาทีมฟุตบอลไปสู่ระบบอาชีพ... แต่เราๆ ท่านๆ ต่างรู้กันดีว่าสโมสรฟุตบอลที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ค่อนข้างจะเจอกับปัญหาในเรื่องของการสร้างกลุ่มผู้เล่นหมายเลข 12 หากสโมสรไม่ใหญ่จริง เห็นทีคงยากที่จะสร้างบรรยากาศข้างสนามให้เหมือนกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ หรือไม่ก็ ชลบุรี เอฟซี การปลุกระดมแฟนคลับถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับแก๊งกระทิงเหล็กในช่วงต้นซีซั่นที่ผ่านมา เห็นได้ชัดจากจำนวนแฟนคลับที่เข้าชมเกม ณ สนามเฉลิมพระเกียรติบางมด ซึ่งยังคงมีตัวเลขสูงสุดไม่เกิน 1,000 ที่นั่ง หากเทียบกับขนาดสนามที่ถือเป็นสังเวียนปิดแบบล้อมรอบแล้วนั้นดูท่าจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเท่าที่ควร เรื่องนี้ยังถือเป็นประเด็นสำคัญที่ ''บิ๊กตั้น'' ส.ส.ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บางกอก เอฟซี ไม่ได้มองข้าม พร้อมกับหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระสำคัญที่ต้องเร่งมือปรับปรุงและแก้ไขในอนาคตอันใกล้นับจากนี้ ''เหนื่อยเหมือนกันกับการที่จะต้องสร้างฐานแฟนคลับให้มีปึกแผ่นแน่นเฟ้นเหมือนกับทีมยักษ์ใหญ่ในไทยลีกสร้างปรากฏการณ์ให้เห็นในซีซั่นที่ผ่านมา เราเองติดปัญหาตรงที่มีที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ดังนั้นความหลากหลายทางวัฒนธรรมเชียร์ของแฟนคลับจึงมีมากขึ้นตามลำดับ เพราะพวกเขามีทีมให้เลือกเชียร์เยอะ แต่ก็ใช่ว่า บางกอก เอฟซี จะไม่มีกลุ่มแฟนคลับดั่งที่ต้องการ เราก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง แรกๆ ผลงานอาจจะยังไม่เป็นใจ แฟนคลับก็น้อยตามระเบียบ แต่พอผลงานดีขึ้น กระแสแฟนคลับที่นำไปพูดต่อกันแบบปากต่อปากก็ดูจะช่วยทำให้ยอดผู้ชมที่สนามเฉลิมพระเกียรติบางมดเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามลำดับ'' ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดของกระแสความคลั่งไคล้ที่เกิดขึ้นในกลุ่มแฟนบอลลูกกรุงก็คือการปลุกกระแสแห่เข้าเชียร์ทีมรักกันเพิ่มจำนวนมากขึ้น เห็นได้ชัดจากความเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่เกมวันที่ 10 ก.ย. 54 ในแมตช์ที่ บางกอก เอฟซี เปิดรังพ่าย บุรีรัมย์ เอฟซี 1-4 แม้เกมดังกล่าวเจ้าถิ่นจะพลาดท่าปราชัย แต่เกมนัดนั้นก็ถือได้ว่ามียอดจำนวนผู้เข้าชมสูงถึง 1,123 คน ซึ่งก็ถือเป็นยอดที่สูงในระดับหนึ่งหากเทียบกับมาตรฐานของสโมสรอย่าง บางกอก เอฟซี ตัวเลขฐานแฟนคลับของ บางกอก เอฟซี ยังดูดีขึ้นเป็นลำดับตามผลงานที่พุ่งพรวด โดยเฉพาะเกมวันที่ 25 ก.ย. 54 ซึ่งถือเป็นแมตช์ล้มยักษ์เมื่อเหล่าขุนพล ''กระทิงเหล็ก'' เปิดรังไล่ถลุงทีมหัวตารางอย่าง ชัยนาท เอฟซี 3-1 นัดนั้นมีแฟนคลับแห่เข้าชมถึงกว่า 1,232 ราย เช่นเดียวกับอีก 3 เกมที่ บางกอก เอฟซี เล่นในรังเฉลิมพระเกียรติบางมด ซึ่งก็ยังคงมีแฟนคลับหลักพันแห่เข้าสนามเหมือนเช่นเคย ไล่มาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 54 บางกอก เอฟซี แพ้ สุพรรณบุรี เอฟซี 3-4 (1,117 คน), วันที่ 27 พ.ย. 54 บางกอก เอฟซี เสมอ อาร์แบค เอฟซี 1-1 (1,200 คน) และเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 54 บางกอก เอฟซี ชนะ บีบีซียู เอฟซี 4-1 มียอดผู้ชมสูงถึง 1,500 คน ซึ่งทั้ง 3 เกมที่เกิดขึ้นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ ''บิ๊กตั้น'' หวังทุ่มสุดตัวเพื่อสร้างฐานแฟนคลับให้แข็งแกร่งในการแข่งขันซีซั่น 2012 ต่อไป ''การสร้างทีมฟุตบอลอาชีพในยุคปัจจุบันดูท่าจะยากสำหรับเรา ที่ผมเองไม่ลืมแน่กับเรื่องของการสร้างฐานแฟนคลับให้แข็งแกร่งเพื่อช่วยประคองทีมยามเมื่อต้องลงสนามแข่งขัน ระยะแรกของปีนี้ บางกอก เอฟซี ยังคงมีแฟนคลับค่อนข้างน้อย แต่พอเมื่อผลงานดีขึ้นตามลำดับ กระแสแฟนคลับก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะเมื่อผลงานดีกระแสปากต่อปากก็บอกต่อกันเป็นทอด ซึ่งยอดผู้ชมที่เยอะที่สุดของฤดูกาลนี้ก็คือเกมที่เราเปิดบ้านเอาชนะ บีบีซียู เอฟซี 4-1 มีผู้ชมสูงถึง 1,500 คน เต็มจำนวนความจุของอัฒจันทร์ฝั่งมีหลังคา ปีหน้าผมหวังเอาไว้ว่าจะขอทุ่มเต็มที่เพื่อที่จะปลุกกระแสสร้างฐานแฟนคลับให้มีความเป็นปึกแผ่นเพิ่มมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวผมเองก็เชื่อว่าหากแผนการณ์ที่เราวาดฝันเอาไว้ออกมาลงตัวดั่งที่หวัง บรรยากาศภายใน สนามเฉลิมพระเกียรติบางมด ก็จะคว่ำหวอดไปด้วยแฟนคลับชาวกระทิงเหล็กที่จะมาตามเชียร์ทีมรักกันจนแน่นสนาม เพราะเมื่อผลงานเราดีขึ้นผมเองเชื่อว่าแฟนคลับก็จะตามมาหนุนหลังเราเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้นและนั่นคงถึงเวลาที่กระแสบางกอกฟีเวอร์จะเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเป็นทางการ'' |
